แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 24
1
ทาวน์โฮม นีโอ โฮม บางแค (Neo Home Bangkhae)
เริ่มต้น 8.59 ลบ.

นีโอ โฮม บางแค (Neo Home Bangkhae)
นีโอ โฮม บางแค บ้านเดี่ยวโครงการใหม่สไตล์อิตาลี จาก Frasers บนทำเลเมือง ใกล้เดอะมอลล์บางแค ตั้งอยู่กลางความสะดวกสบายด้วยการเดินทางที่ใกล้ รถไฟฟ้าและทางด่วน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.

รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ             นีโอ โฮม บางแค (Neo Home Bangkhae)
 เจ้าของโครงการ        เฟรเซอร์ส
 แบรนด์ย่อย              นีโอ โฮม
 ราคา                     เริ่มต้น 8.59 ลบ.

 ประเภทบ้าน            บ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม (Townhouse Townhome)
 ลักษณะทำเล           บ้านใกล้เมือง
 พื้นที่โครงการ          โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนบ้าน              40 หลัง
 แบบบ้านทั้งหมด       โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
  เนื้อที่บ้าน             โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 พื้นที่ใช้สอย            ตั้งแต่ 140 ถึง 181 ตร.ม.
 จำนวนชั้น               2 ชั้น
 หน้ากว้าง              โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนห้องนอน         4 ห้อง
 จำนวนที่จอดรถ         2 คัน
 สาธารณูปโภค           สวนสาธารณะ, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, รปภ., CCTV, อื่นๆ (สโมสร, ระบบคีย์การ์ด)

สถานที่ใกล้เคียง
 โซน                  บางแค, ตลิ่งชัน, ทวีวัฒนา, ภาษีเจริญ
 ที่ตั้ง                  ถนนกาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160

 ขนส่งสาธารณะ
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, สถานี(บางแค - พุทธมณฑล)(หลักสอง)
ใกล้ถนนสายหลัก (ถนนกาญจนาภิเษก)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
1. The Explace 2.2 กม.
2. โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค 2.8 กม.
3. The Mall บางแค 3.4 กม.
4. โรงเรียนเลิศหล้า กาญจนาฯ 3.5 กม.
5. โรงเรียนบรีติช โคลัมเบีย 6.6 กม.

2
เครื่องมือการจัดฟันเด็ก มีอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

โดยทั่วไปแล้ว เครื่องมือจัดฟันเด็กนั้นปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ก็มีข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้บ้าง ดังนี้:

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น:

อาการเจ็บปวดและไม่สบาย:
ในช่วงแรกของการจัดฟัน เด็กอาจมีอาการเจ็บปวดหรือรู้สึกไม่สบายในช่องปาก เนื่องจากฟันและเนื้อเยื่อรอบๆ ฟันกำลังปรับตัว
อาการเหล่านี้มักจะหายไปภายในไม่กี่วัน

การระคายเคือง:
เครื่องมือจัดฟันอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อในช่องปาก เช่น เหงือกหรือกระพุ้งแก้ม
ทันตแพทย์สามารถให้คำแนะนำในการบรรเทาอาการระคายเคืองได้

ฟันผุและโรคเหงือก:
เครื่องมือจัดฟันทำให้ทำความสะอาดฟันได้ยากขึ้น หากเด็กดูแลรักษาความสะอาดช่องปากไม่ดี อาจทำให้เกิดฟันผุและโรคเหงือกได้
การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันปัญหาเหล่านี้

การบาดเจ็บ:
ในกรณีที่เกิดการกระแทกบริเวณปาก เครื่องมือจัดฟันอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บในช่องปากได้
เด็กควรระมัดระวังในการเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดการกระแทก


ข้อควรระวัง:

การเลือกทันตแพทย์:
ควรเลือกทันตแพทย์จัดฟันที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการจัดฟันเด็ก
ทันตแพทย์จะสามารถประเมินสภาพฟันและขากรรไกรของเด็กได้อย่างถูกต้อง และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

การดูแลรักษาความสะอาด:
ผู้ปกครองควรดูแลและสอนให้เด็กแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันปัญหาฟันผุและโรคเหงือก
ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ

การปฏิบัติตามคำแนะนำ:
เด็กและผู้ปกครองควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดี


โดยสรุปแล้ว เครื่องมือจัดฟันเด็กนั้นปลอดภัย แต่ต้องมีการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากอย่างดี และอยู่ในการดูแลของทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ

3
ผู้ปกครองอย่าถอดใจการจัดฟันเด็ก EF Line ใส่ยาก แต่ดีมากสำหรับเด็กเล็ก

อย่างที่หลายๆท่านทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า ในยุคสมัยนี้มีนวัตกรรมทางทันตกรรมที่ล้ำสมัย โดยมีชื่อว่า “EF Line” อุปกรณ์สำคัญในการจัดฟันในเด็กเล็ก ซึ่งได้ผลดีเกินคาด และได้รับการรองรับจากทันตแพทย์ทั่วโลกว่า เหมาะสมสำหรับเด็ก ลบความเชื่อผิดๆที่ว่าเด็กเล็กไม่ควรจัดฟันได้อย่างสิ้นเชิง

ซึ่งทางเราก็ได้นำนวัตกรรมล้ำสมัยนี้มาใช้ กับเด็กเล็กที่มีอาการผิดปกติทางด้านโครงสร้างกระดูกขากรรไกรที่เป็นต้นเหตุหลักทำให้ใบหน้าผิดรูป รวมถึงการสบฟันผิดปกติในเด็กเล็ก ไม่เว้นแม้แต่พฤติกรรมที่ทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปากในอนาคตอีกด้วย

แต่ก็ต้องขอบอกก่อนว่าเด็กเล็กๆ มักจะมีการต่อต้าน อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line มากพอสมควร ซึ่งอยากให้ผู้ปกครองอย่าถอดใจและทำความเข้าใจในพฤติกรรม และแข็งใจให้บุตรหลานของท่านใส่ให้ได้ โดยรายละเอียดวิธีการใช้และแก้ปัญหามีดังต่อไปนี้


กฎสำคัญในการใส่ EF Line ในเด็กเล็ก

– สิ่งสำคัญที่สุดในการให้บุตรหลานของท่านใส่ EF Line คือ บุตรหลานของท่านต้องมีอายุ 4 ปี ขึ้นไป แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในอุปกรณืชิ้นนี้คือใช้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี

– ก่อนที่จะทำการใช้ อุปกรณ์ทันตกรรม EF Line ควรได้รับการวินิจฉัยจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น ไม่ควรหาซื้อมาใส่เอง เพราะ อุปกรณ์ EF Line จะถูกผลิตขึ้นมาใหม่ทุกครั้งเพื่อรับกับช่องปากและฟันของคนนั้นเท่านั้น และจะมีการวางรูปแบบในระยะยาว จึงไม่สามารถหาซื้อมาใส่เองหรือทำกับผู้ที่ไม่ได้รับการศึกษาในด้านนี้เฉพาะได้

– ในขณะที่ใช้อุปกรณ์ EF Line จะต้องอยู่ในการดูแลของทันตแพทย์อย่างใกล้ชิดโดยตลอด มาตามนัดทันตแพทย์ผู้รักษาอย่าให้ขาด เพื่อจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพสูงที่สุดนั่นเอง


คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ EF Line

ต้องขอบอกเลยว่า เด็กเล็กๆหลายๆคนมีปัญหาในการใส่ EF Line เนื่องจากว่าในขณะที่ทำการใส่แรกๆนั้น จะเกิดความไม่เคยชินเนื่องจากว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในช่องปาก อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองในบางตำแหน่ง และอาจจะเกิดบาดแผลเล็กๆได้ ซึ่งหากว่ามีบาดแผลในช่องปากให้ทำการทายาสำหรับช่องปาก ซึ่งอาจจะมีอาการเจ็บบ้างในระยะแรกๆ แต่ไม่นานแผลเหล่านั้น และอาการระคายเคืองจะหมดไปเนื่องจากร่างกายจะปรับตัวตามธรรมชาติ หรือพยายามให้เด็กเล็กที่ใส่อุปกรณ์ EF Line ดื่มน้ำเยอะๆในขณะใส่เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นภายในช่องปากก็สามารถลดการระคายเคืองได้ดีเช่นกัน

อีกสิ่งสำคัญที่มักจะทำให้ผู้ปกครองตกใจและให้บุตรหลานเลิกใส่นั่นก็คือ เมื่อทำการใส่ EF Line เด็กเล็กๆจะเริ่มมีอาการอยากอาเจียน บางคนถึงขั้นอาเจียนทุกครั้งเมื่อทำการใส่ ซึ่งถึงจะเป็นเช่นนั้นผู้ปกครองพยายามแข็งใจบังคับตนเองให้ใส่ EF Line ให้บุตรหลานให้ได้ เพราะ เมื่อใส่ไประยะหนึ่งจะเกิดความเคยชินและก็จะไม่เกิดอาการอยากอาเจียนอีก

หากต้องทำการใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line ให้เด็กเล็กๆ ผู้ปกครองควรเชื่อฟันคำแนะนำจากทันตแพทย์ ใจแข็ง ให้นึกไว้เสมอว่าหากไม่ให้บุตรหลานใส่อนาคตอาจจะต้องเสียใจเพราะบุตรหลานของท่านอาจมีฟันและโครงหน้าที่ผิดปกติและจะทำให้เกิดการรักษายากขึ้นมากตามอายุนั่นเอง


วิธีใส่ EF Line ที่ถูกต้อง

– กลางวัน

การใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line ในช่วงเวลากลางวัน หรือตอนตื่นนอน ควรเลือกเวลาให้ใส่ติดปากห้ามถอดออกเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งในขณะที่ใส่นี้ผู้ปกครองควรสังเกตพยายามให้บุตรหลานอยู่นิ่งๆ ไม่เอานิ้วเข้าปาก ไม่เคี้ยวอุปกรณ์เล่น ปิดปากให้สนิทไม่พูดคุยในขณะที่ทำการใส่อยู่เพื่อเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบปาก

– กลางคืน

ในเวลากลางคืนนี้ถือได้ว่าไม่ยุ่งยาก เนื่องจากว่าให้ใส่ก่อนจะเข้านอน โดยต้องทำการใส่ติดปากห้ามถอดในขณะนอนหลับ เป็นระยะเวลา 10 ชั่วโมง

ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องที่ควรรู้ในการให้บุตรหลานหรือเด็กเล็กๆใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line โดยผู้ปกครองจะต้องใจแข็งและตั้งใจไปกับบุตรหลานของท่านด้วย เพียงเท่านี้อาการผิดปกติในช่องปากต่างๆก็จะกลับมาเป็นปกติอันรวดเร็วตามระเบียบของเด็กและผู้ปกครองด้วย

4
ผ้ากันไฟ นำไปใช้งานด้านไหนได้บ้าง

ผ้ากันไฟสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายด้าน ทั้งในงานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง และในชีวิตประจำวัน ดังนี้ค่ะ

1. งานอุตสาหกรรม
งานเชื่อม งานเจียร หรือตัดโลหะ:
ใช้ป้องกันสะเก็ดไฟและความร้อนจากงานเชื่อม งานเจียร หรือตัดโลหะ ไม่ให้กระเด็นไปโดนวัสดุไวไฟอื่นๆ
ใช้เป็นม่านกันไฟเพื่อกั้นแบ่งพื้นที่ทำงาน ป้องกันไฟลุกลาม
ใช้เป็นฉนวนกันความร้อนหุ้มท่อหรืออุปกรณ์ที่มีความร้อนสูง

โรงงานอุตสาหกรรม:
ใช้ป้องกันไฟลุกลามจากเครื่องจักร หรืออุปกรณ์ต่างๆ
ใช้ในบริเวณที่มีสารไวไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า
ใช้ในงานซ่อมบำรุง เพื่อป้องกันลูกไฟจากงานเชื่อมกระเด็นมาโดน

โรงกลั่นน้ำมัน และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี:
ใช้เป็นชุดปฏิบัติงานภาคสนาม งานเชื่อมทั่วไป งานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับไฟ/สะเก็ดไฟ

อุตสาหกรรมไฟฟ้าและสาธารณูปโภค:
ใช้ผลิตเป็นชุดหมี ชุดช่าง ใช้งานในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการลุกลามของเปลวไฟ

2. งานก่อสร้าง
งานก่อสร้าง:
ใช้ป้องกันสะเก็ดไฟและความร้อนจากงานเชื่อม งานตัด หรือเจียรโลหะ ในงานก่อสร้าง
ใช้เป็นม่านกันไฟเพื่อกั้นแบ่งพื้นที่ทำงาน ป้องกันไฟลุกลาม

3. ชีวิตประจำวัน
ในครัวเรือน:
ใช้ดับไฟขนาดเล็ก เช่น ไฟไหม้กระทะ หรือไฟไหม้เสื้อผ้า
ใช้ป้องกันไฟลุกลามจากเตาแก๊ส หรือเตาอบ
ใช้คลุมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อนสูง เช่น เตารีด หรือเครื่องทำความร้อน

ในรถยนต์:
ใช้ดับไฟขนาดเล็กที่อาจเกิดขึ้นในรถยนต์

งานดับเพลิงและกู้ภัย:
ใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันความร้อนและเปลวไฟสำหรับนักดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัย
การหนีภัยจากแผ่นดินไหว ใช้ผ้าห่มกันไฟ คลุมศรีษะเพื่อป้องกันวัตถุที่ตกลงมาใส่

4. งานเฉพาะทาง
งานด้านอวกาศ:
ใช้เป็นฉนวนกันความร้อนในยานอวกาศ และชุดป้องกันไฟสำหรับนักบินอวกาศ
งานทางทหาร:
ใช้ทำชุดป้องกันไฟสำหรับทหาร และอุปกรณ์ป้องกันไฟในยานพาหนะทางทหาร

สรุป
ผ้ากันไฟมีการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งในงานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง และในชีวิตประจำวัน การเลือกใช้ผ้ากันไฟให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากอันตรายจากไฟและสะเก็ดไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

5
การใช้เครื่องมือจัดฟันเด็ก EF LINE ช่วยปรับปรุงการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อใบหน้าในเด็กได้ดี

ในการจัดฟันในเด็ก หลายคนคงเคยได้ยินว่า การจัดฟันในเด็กนั้น สามารถแก้ไขปัญหาฟันในเด็กได้หลากหลายรูปแบบ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกล้ามเนื้อบนใบหน้า ปัญหารูปร่างฟันที่ผิดปกติ แน่นอนว่าการจัดฟันในเด็ก สามารถแก้ไขปัญหาฟันเด็กได้อย่างหลากหลาย ซึ่งเด็กสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ตอนที่เด็กอายุ 4 ขวบ พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถพาเด็กเข้ามาตรวจช่องปากกับทันตแพทย์จัดฟันได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ฟันแท้งอกครบทุกซี่ เพราะเป็นช่วงที่ฟันกำลังพัฒนาและขากรรไกรเติบโต และถ้าตรวจพบปัญหาฟันซ้อน

การสบฟันผิดปกติ จะสามารถแก้ไขได้ง่ายมากกว่าการจัดฟันตอนโต ซึ่งเครื่องมือการจัดฟันที่เหมาะสำหรับเด็กในวัยนี้คือ การจัดฟันด้วยเครื่องมือ EF LINE เพราะเป็นเครื่องมือที่เด็กสามารถใส่ได้อย่างสะดวก มีลักษณะเป็นชิ้นยางไม่ทำให้รู้สึกระคายเคืองช่องปากและสามารถแก้ไขปัญหา กล้ามเนื้อบนใบหน้าได้ด้วย ในเด็กที่มีพฤติกรรมการดูดนิ้ว ดูดขวดนม นอกจากนี้เด็กที่มีปัญหา ฟันหน้ายื่น มีฟันสบผิดปกติ

เพราะอาจทำให้ขากรรไกรเติบโตแบบไม่สมดุลกัน มีปัญหาช่องฟันห่าง เพราะช่วยปรับให้ซี่ฟันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และง่ายต่อการขึ้นของฟันแท้ ขากรรไกรไม่ได้สัดส่วนกับหน้า เพราะเจริญเติบโตผิดปกติ หรือการกลืนผิดปกติ และนอนหายใจทางปาก ซึ่งปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ด้วยเครื่องมือ EF LINE ซึ่งวันนี้ทางคลินิกของเราจะมาพูดถึงเรื่องของเครื่องมือ EF LINE ช่วยปรับปรุงการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อใบหน้าในเด็กได้ดี

 สำหรับเครื่องมือ EF LINE นั้น จัดเป็นงานการประยุกต์และปรับปรุงการเจริญเติบโตซึ่งจะได้ผลดีเมื่อเริ่มในเด็ก เหมาะสำหรับเด็กที่มีการสบฟันแบบ ฟันบนยื่นมากสามารถแก้ไขได้ภายใน 6-9 เดือน โดยการใช้เครื่องมือ EF LINE จะทำในเด็กที่อยู่ระหว่างการเจริญเติบโต หรือก่อนการเจริญเติบโตสูงสุดของร่างกาย ซึ่งถ้าเด็กอยู่ในระยะฟันชุดผสมจะให้ผลดี หรือในเด็กที่มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติ

การให้การรักษาก่อนถึงระยะการเจริญเติบโตประมาณ 2-3 ปี ทั้งในเด็กหญิงและเด็กชายจะให้ผลลัพธ์ดีและปลอดภัย นอกจากนี้ยังช่วยแก้ไขปัญหาหายใจทางปาก ปัญหาการวางตำแหน่งลิ้นไม่ถูกต้อง และการกลืนที่ผิดปกติ พร้อมกับการจัดฟันให้ดีขึ้น ทำให้ประหยัดเวลาและง่ายต่อการจัดฟันด้วยเครื่องมือติดแน่น ลดปัญหาฟันเคลื่อนหลังถอดเครื่องมือจัดฟันติดแน่นได้ด้วย โดยเครื่องมือ EF line สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 4-15 ปี

โดยเครื่องมือในกลุ่มนี้มีความหลากหลายในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น ปัญหารูปหน้าที่มีคางหลุบ ค้างเบี้ยวกระดูกและฟันบนยื่น และกรณีที่เด็กมีรูปหน้าสั้นซึ่งต้องการเพิ่มความสูงใบหน้า เป็นต้น ซึ่งทันตแพทย์จะพิจารณาในการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหาของเด็กแต่ละคน สำหรับเด็กที่มีคางเบี้ยว ขากรรไกรล่างเยงแบนไปจากแนวกลางใบหน้า เนื่องจากตำแหน่งฟันผิดปกติ

การสูญเสียฟันน้ำนมไปก่อนกำหนด จะมีผลทำให้กระดูกเบ้าฟันบริเวณนั้นเจริญเติบโตน้อยกว่าปกติ และมีการเคลื่อนที่ของฟันข้างเคียงเข้าสู่ช่องว่างนั้นแคบลง ไม่มีที่เพียงพอสำหรับการขึ้นของฟันแท้ที่จะขึ้นมาแทนที่ ดังนั้น เครื่องมือการจัดฟัน EF LINE สำหรับเด็กจึงมีประสิทธิภาพมากในการแก้ไขปัญหากล้ามเนื้อใบหน้าและปัญหาความผิดปกติของฟันได้เป็นอย่างดี

ถ้าหากพบว่า บุตรหลานของท่านมีปัญหาในเรื่องของโครงสร้างใบหน้า หรือกล้ามเนื้อใบหน้าที่มีความผิดปกติ พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม ควรพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการแก้ไข เพื่อที่จะได้มีรูปหน้าที่สวยงาม มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เพราะการที่เรามีฟันที่เรียงตัวสวยงาม จะช่วยส่งเสริมในเรื่องของการดูแลสุขภาพฟันที่ง่ายมากขึ้น ทำให้เราทำความสะอาดฟันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับความผิดปกติดังกล่าว สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก เพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา และช่วยวิเคราะห์ใบหน้าและหาแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เพื่อให้เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

6
พูดคุยเรื่องทั่วไป / motor show: อีซูซุ Isuzu MU-X 4x2 3.0 Ultimate A/T ปี 2024
« เมื่อ: วันที่ 31 มีนาคม 2025, 19:17:46 น. »
motor show: อีซูซุ Isuzu MU-X 4x2 3.0 Ultimate A/T ปี 2024
1,589,000 บาท

อีซูซุ Isuzu MU-X 4x2 3.0 Ultimate A/T ปี 2024
ISUZU MU-X 4x2 3.0 Ultimate A/T ภายใต้นิยาม “จุดสูงสุดใหม่...กับชีวิตที่เหนือกว่า” ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกจดภายใน ด้วยไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, ไฟตัดหมอกหน้า LED, ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone, แอร์แบค 6 ตำแหน่ง, ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ Auto Brake Hold, ระบบเบรก ABS/EBD และ BA พร้อม ESC/TCS/HSA/HDC/BOS, พวงมาลัยไฟฟ้า EPS แบบ Multifunction พร้อม Paddle Shift และ All Speed Range Adaptive Cruise Control (ACC), มาตรวัดแบบ Super Vision พร้อมจอ MID ขนาด 7 นิ้ว, เครื่องเสียงหน้าจอขนาด 9 นิ้วรองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay, ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเสริม USB-C 2 ตำแหน่ง, กล้องมองภาพขณะถอยจอด พร้อม Dynamic Guideline, เซ็นเซอร์กะระยะ 8 จุด พร้อมเรดาร์ 2 จุด, ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (FCW), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน (LDW) และระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกเลน (LDP), ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด (PMM), ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSM), ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (RCTA) และระบบช่วยเบรกอัตโนมัติขณะถอย (RCTB), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา (TA-AEB), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKAS), ระบบช่วยควบคุมทิศทางของรถตามรถคันหน้า (TJA), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถานการณ์ฉุกเฉิน(ELK), ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย (TSC), ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) และระบบ Push Start พร้อม Remote Engine Start, ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า Smart Tailgate with Step Sensor, แผงประตูหุ้มหนังพร้อมไฟ Ambient Light, กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ, ล้ออัลลอยDynamic Turbine ขนาด 20 นิ้ว

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์                Isuzu
   รุ่น                     อีซูซุ Isuzu MU-X 4x2 3.0 Ultimate A/T ปี 2024
   ประเภทรถ            รถอเนกประสงค์ SUV
   ปีที่เปิดตัว             2024
   ราคา                 1,589,000 บาท

ดีไซน์
   ภายนอก
อุปกรณ์ชุดแต่ง (กระจังหน้าสีดำ และ Titanium Carbide Met., กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถและ Gloss Black, บันไดข้างสี Very Dark Magnetite Met. Matt)
สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรค
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว (LED)
ไฟตัดหมอก (หน้า)
ระบบควบคุมระยะการจอด (เซ็นเซอร์หน้า 4 จุด หลัง 4 จุด)
ปัดน้ำฝนกระจกหลัง
ไฟท้าย LED
ขนาดยางหน้า-หลัง (265/50R20)
ไฟ Daytime Running Lights (LED)
ราวหลังคา (สี Very Dark Magnetite)
ยางอะไหล่สำรอง (ล้อเหล็ก 18 นิ้ว ยาง 265/60R18)
ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์
ล้ออัลลอย (แบบทูโทน 20 นิ้ว)

   ภายใน
เบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้
ตกแต่งภายใน (คอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ-ด้ายสีเทา และสี Truffle Brown-ด้ายสีน้ำตาลอ่อน)
ปลั๊กไฟ 12 โวลท์ (2 จุด)
พวงมาลัยหุ้มหนัง (สีดำ)
พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำได้ (เข้า-ออก)
ภายในโทนสีดำ
กระจกมองหลังตัดแสง (อัตโนมัติ)
อุปกรณ์ภายในอื่นๆ (มือจับภายในรถ 8 จุด)
พวงมาลัยไฟฟ้า

สเปค
   เครื่องยนต์                   RZ4E-TC (EURO5), 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมเทอร์โบแบบ VGS และอินเตอร์คูลเลอร์190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร
   ขนาดเครื่องยนต์ (CC)    1,898 CC
   กำลังเครื่องยนต์ (แรงม้า) 190 แรงม้า
   ระบบเกียร์                    เกียร์ออโต้ 6AT
   รูปแบบเกียร์                  พร้อม REV Tronic
   ระบบเบรค ABS             มี (พร้อมระบบกระจายแรงเบรค EBD และเสริมแรงเบรค BA)
   ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง      ดีเซล, ไบโอดีเซล B5, ไบโอดีเซล B20
   ความจุถังน้ำมัน (ลิตร)      80 ลิตร
   ระบบจ่ายน้ำมัน              คอมมอนเรล ไดเร็คอินเจคชั่น
   น้ำหนักตัวรถ                 2,085 กก.
   ประเภทยางรถยนต์            -
   ขนาดล้อ (นิ้ว)             ล้ออัลลอย (แบบทูโทน 20 นิ้ว)
   ระบบขับเคลื่อน             ขับเคลื่อนล้อหลัง

ระบบความปลอดภัยระบบความปลอดภัย

อุปกรณ์ความปลอดภัย
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ESC)
ตัวถังนิรภัย
ดิสก์เบรก 4 ล้อ
เซ็นทรัลล็อค (พร้อมระบบล็อคอัตโนมัติเมื่อรถวิ่ง, ระบบล็อคอัตโนมัติเมื่อกุญแจอยู่ห่างตัวรถ)
สัญญาณกันขโมย
กุญแจรีโมท (Isuzu Genesis Entry พร้อม Immobilizer)
ไฟเบรกดวงที่ 3 (LED)
หลอดไฟพิเศษระบบ Daytime Running Lights(DRL)
อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยอื่นๆ (ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC,ระบบช่วยแจ้งเตือนการชนด้านหน้า,ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ)
เข็มขัดนิรภัย (และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยคู่หน้า)
พวงมาลัยยุบตัวได้
กระจกนิรภัย
คานเหล็กเสริมนิรภัย (บริเวณประตู)
ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (HSA)
อื่นๆ (ระบบปลดล็อกประตู One Motion Unlock ด้านผู้ขับขี่,ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก BOS,ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC,ช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกเลน และแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน,ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน,ควบคุมทิศทางตามมรถคันหน้า)
ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน (ESS)
ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (อัตโนมัติหลังเกิดอุบัติเหตุ,ช่วยเบรกฉุกเฉินเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา)
กล้อง (มองภาพด้านหลัง พร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline)
ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งรุนแรง (,ระบบช่วยตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง)
เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert - RCTA) (และ RCTB)
เบรกมือไฟฟ้า (พร้อม Auto Brake Hold)
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (จุดยึด ISOFIX ที่เบาะตอน 2)

7
วัดดอนไชยบรรยากาศสงบเงียบงดงามเชิญชวนใส่ชุดขาวหญิง ปฏิบัติธรรมเรียนรู้เทคนิคการทำสมาธิขั้นพื้นฐาน

วัดดอนไชยตั้งอยู่ในจังหวัดน่านเป็นวัดที่เงียบสงบเหมาะแก่ผู้มาเยี่ยมชมที่ต้องการความสงบทางจิตใจ วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมในบรรยากาศที่เงียบสงบและเหมาะแก่การทำสมาธิ ห่างไกลจากสิ่งรบกวนในชีวิตประจำวันใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดดอนไชยเป็นวัดที่เงียบสงบรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ

มีเสียงลมพัดผ่านต้นไม้และบรรยากาศที่เงียบสงบสร้างบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำสมาธิ บริเวณวัดได้รับการดูแลอย่างดีโดยมีสถาปัตยกรรมไทยภาคเหนือแบบดั้งเดิมที่สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้ รายละเอียดที่ซับซ้อนของอาคารวัด รวมทั้งโครงสร้างไม้ที่สง่างามและเจดีย์แบบล้านนาเป็นฉากหลังที่เงียบสงบสำหรับผู้ที่ต้องการเจาะลึกการปฏิบัติธรรม

ปฏิบัติธรรมวัดดอนชัย
วัดดอนไชยเปิดโอกาสให้ผู้มาเยี่ยมชมได้ฝึกปฏิบัติธรรม โดยเน้นที่การฝึกสติ การทำสมาธิและคำสอนของพระพุทธศาสนา พระสงฆ์ที่วัดต้อนรับผู้ปฏิบัติธรรมและมักจะแนะนำผู้ปฏิบัติธรรมเกี่ยวกับเทคนิคการทำสมาธิขั้นพื้นฐาน โดยเน้นที่การฝึกสติในการหายใจและการทำสมาธิวิปัสสนากรรมฐาน สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบช่วยเพิ่มประสบการณ์การทำสมาธิ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมสามารถเชื่อมโยงกับตนเองและคำสอนของพระพุทธเจ้าได้

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่มากประสบการณ์หรือเพิ่งเริ่มปฏิบัติธรรม วัดดอนไชยก็เป็นสถานที่ที่สงบและส่งเสริมการเติบโตทางจิตวิญญาณ วัดแห่งนี้จัดให้มีการบรรยายธรรมและการทำสมาธิเป็นประจำ ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักสำคัญของพระพุทธศาสนาและวิธีนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

สำรวจจังหวัดน่าน
นอกจากจะได้สัมผัสกับจิตวิญญาณแล้ว การไปเยี่ยมชมวัดดอนไชยยังช่วยให้คุณได้สัมผัสกับความงามของทัศนียภาพและมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดน่านอีกด้วย น่านขึ้นชื่อในเรื่องประวัติศาสตร์อันยาวนานและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทำให้ผู้เดินทางมีโอกาสได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบไทยดั้งเดิม หลังจากปฏิบัติธรรมที่วัดแล้ว คุณสามารถเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น วัดภูมินทร์อันโด่งดังหรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน เพื่อดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้ให้มากยิ่งขึ้น

วัดดอนไชย จังหวัดน่าน เป็นวัดที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมในบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบ ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม และโอกาสในการทำสมาธิและไตร่ตรอง วัดแห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางในอุดมคติสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูจิตวิญญาณ ไม่ว่าคุณจะมาเยี่ยมชมเพื่อพักผ่อนระยะสั้นหรือวางแผนเข้าปฏิบัติธรรมเป็นเวลานาน วัดดอนไชยก็พร้อมมอบประสบการณ์ที่มีความหมายและเปลี่ยนแปลงชีวิตให้กับคุณ

8
วัดอนาลโยทิพยารามธรรมสถานบนยอดดอยบุษราคัมใส่ชุดขาวปฏิบัติธรรม เพื่อความหลุดพ้นทางจิตวิญญาณหาความสงบในชีวิต

วัดอนาลโยทิพยารามเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยหลวงปู่ไพบูลย์เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและสอนธรรมแก่ชาวบ้าน วัดนี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและมีการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงเหมาะใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดอนาลโยทิพยารามโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระวิหารที่เป็นอาคารหลักของวัด

ซึ่งมีการแกะสลักลวดลายที่สวยงามและมีการประดับด้วยเครื่องประดับที่วิจิตรบรรจง วัดอนาลโยทิพยาราม ตั้งอยู่ท่ามกลางทัศนียภาพธรรมชาติอันสวยงามของจังหวัดพะเยา เป็นสถานที่เงียบสงบสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำสมาธิและผู้แสวงหาจิตวิญญาณ วัดอันเงียบสงบนี้หรือที่เรียกกันว่าวัดอนาลโยทิพยารามตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ ของดอยบุษราคัม และมอบความเงียบสงบให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน

ภาพรวมของวัด
วัดอนาลโยทิพยารามก่อตั้งโดยพระอาจารย์มหาบัว เป็นวัดที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยและล้านนาแบบดั้งเดิมเข้ากับอิทธิพลจากพม่าและอินเดีย บริเวณวัดมีประติมากรรม เจดีย์ และศาลเจ้าที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างงดงาม สร้างบรรยากาศที่เหมาะแก่การพักผ่อนและการทำสมาธิ ศาสนสถานทางจิตวิญญาณแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบและทิวทัศน์อันสวยงามของทะเลสาบพะเยาและภูเขาโดยรอบ

โปรแกรมการทำสมาธิ
วัดแห่งนี้มีโปรแกรมการทำสมาธิหลากหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ปฏิบัติธรรมที่มีประสบการณ์ โดยมีพระภิกษุผู้มีประสบการณ์เป็นผู้นำทาง ผู้เยี่ยมชมสามารถฝึกปฏิบัติสมาธิได้อย่างเต็มที่ ซึ่งได้แก่ เทคนิคการหายใจ การเดินอย่างมีสติ และการฝึกสมาธิ จุดมุ่งหมายคือการพัฒนาสติและความสงบภายใน ช่วยให้ผู้เยี่ยมชมสามารถเจาะลึกการเดินทางทางจิตวิญญาณได้ มีเซสชั่นมากมายที่ห้องปฏิบัติธรรมของวัด ซึ่งเปิดให้ผู้ที่สนใจเรียนรู้เทคนิคการทำสมาธิหรือมองหาพื้นที่เงียบสงบเพื่อการไตร่ตรอง

คุณสมบัติที่โดดเด่น
หนึ่งในลักษณะเด่นของวัดแห่งนี้คือพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ซึ่งมองเห็นได้จากระยะไกลเนื่องจากตั้งเด่นเหนือบริเวณวัด พระพุทธรูปนี้เป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์และเป็นจุดศูนย์กลางของการทำสมาธิและการพิจารณาไตร่ตรอง สิ่งก่อสร้างที่น่าทึ่งอีกอย่างหนึ่งคือวัดมหาโพธิ์จำลองในเมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่สถานที่ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ การเพิ่มส่วนนี้เข้าไปทำให้วัดมีบรรยากาศทางจิตวิญญาณมากขึ้นและเป็นเครื่องเตือนใจถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า

เคล็ดลับสำหรับผู้เยี่ยมชม
การแต่งกายให้สุภาพ : เช่นเดียวกับวัดไทยทุกแห่ง ผู้เยี่ยมชมจะต้องแต่งกายอย่างสุภาพเรียบร้อย
เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม : ช่วงเช้าตรู่เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมวัด เพราะเป็นช่วงที่เงียบสงบ และอากาศเย็นสบายช่วยเสริมบรรยากาศที่เงียบสงบ
อยู่เงียบ ๆ : เนื่องจากเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม จำเป็นต้องรักษาความเงียบไว้เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่กำลังทำสมาธิและไตร่ตรอง
การถ่ายภาพ : แม้ว่าโดยทั่วไปจะอนุญาตให้ถ่ายภาพได้ แต่ควรระวังอย่ารบกวนเซสชันการทำสมาธิหรือสถานที่อันเงียบสงบ
การเดินทางไปยังที่นั่น
วัดอนาลโยทิพยารามตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองพะเยาประมาณ 19 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถขับรถชมวิว หรือเช่ารถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์เพื่อไปยังวัดได้ สำหรับผู้ที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ มีรถประจำทางและแท็กซี่ให้บริการจากใจกลางเมืองพะเยา

การไปเยี่ยมชมวัดอนาลโยทิพยารามเป็นการเดินทางที่ทั้งสวยงามและเงียบสงบ ด้วยสภาพแวดล้อมที่งดงาม โครงสร้างที่มีความหมาย และความทุ่มเทในการทำสมาธิ วัดแห่งนี้จึงมอบสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบสำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบภายในและการเติบโตทางจิตวิญญาณ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักปฏิบัติธรรมผู้ช่ำชองหรือเพียงแค่กำลังมองหาสถานที่เงียบสงบเพื่อผ่อนคลาย วัดอนาลโยทิพยารามสัญญาว่าจะมอบประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืมท่ามกลางธรรมชาติ

9
มอเตอร์ไซด์ใหม่: ฮอนด้า Honda Click 160 (Standard) ปี 2024
69,900 บาท

ฮอนด้า Honda Click 160 (Standard) ปี 2024
Honda Click160 Standard มาพร้อมระบบไฟ LED รอบคัน และ Honda Smart Key กุญแจรีโมตอัจฉริยะ ทั้งยังอัดแน่นด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว 157 ซีซี แรงที่สุดในคลาส บิดติดมือ พร้อมเทคโนโลยีเหนือชั้น ขับขี่สมูท เสริมความปลอดภัยเต็มอัตราระบบ Combi Brake เทคโนโลยีกระจายแรงเบรก ช่วยหยุดรถได้อย่างมั่นใจ พร้อม 3 สีใหม่ ได้แก่ สีเทา-ดำ Pearl Smoky Grey, สีดำ Shiny Jet Black และ สีแดง-ดำ Rustic Red ราคาแนะนำที่ 69,900 บาท

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์            Honda
   รุ่น                 ฮอนด้า Honda Click 160 (Standard) ปี 2024
   ประเภทรถ        Sport Scooter
   ปีที่เปิดตัว         2024
   ราคา              69,900 บาท

สเปค
   รูปแบบเกียร์             เกียร์ออโต้
   ระบบเกียร์               V-Matic
   รายละเอียดเครื่องยนต์  eSP+ ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI 4 จังหวะ แบบ SOHC
   ระบบระบายความร้อน    น้ำ
   ระบบสตาร์ท               สตาร์ทไฟฟ้า (มือ)
   ขนาดเครื่องยนต์ (CC)  156.93 CC
   แบบเครื่องยนต์           4 จังหวะ
   ระบบจุดระเบิด             Full Transistorized
   ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง   เบนซิน 91, แก๊สโซฮอล์ 95 (E10), แก๊สโซฮอล์ E20
   ระบบจ่ายน้ำมัน             หัวฉีด
   ความจุถังน้ำมัน (ลิตร)     5.5 ลิตร
   ระบบกันสะเทือน           ล้อหน้า เทเลสโคปิค, ล้อหลัง ยูนิตสวิง
   ระบบเบรค                  ล้อหน้า ดิสก์เบรก (CBS), ล้อหลัง ดรัมเบรก ()
   แบบวงล้อ                   แมกซ์
   ขนาดยาง                       ล้อหน้า 100/80-14M/C 48P Tubeless, ล้อหลัง 120/70-14M/C 61P Tubeless
   ขนาด (ยาวxกว้างxสูง มม.)  1,929x679x1,088
   น้ำหนักตัวรถ                     116.00 กก.

10
บริการด้านอาหาร: อาหารที่มีสังกะสีสูง เลือกรับประทานอย่างไรให้พอดี

สังกะสีหรือซิงค์ (Zinc) เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญ แต่ร่างกายไม่สามารถผลิตหรือกักเก็บไว้ได้ การเลือกรับประทานอาหารที่มีสังกะสีสูงเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เราได้รับแร่ธาตุชนิดนี้อย่างเพียงพอในแต่ละวัน

สังกะสีมีส่วนสำคัญในกระบวนการทำงานของร่างกายหลายด้าน เช่น ระบบย่อยอาหาร กระบวนการเผาผลาญพลังงาน กระบวนการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก การแบ่งตัวของเซลล์ ไปจนถึงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว เส้นประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน และยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของเอนไซม์ต่าง ๆ ในร่างกาย

แหล่งอาหารที่มีสังกะสีสูง

4 ชนิดอาหารที่เป็นแหล่งของสังกะสี และสามารถหารับประทานได้ง่าย เช่น

1. หอยนางรม

หอยนางรมเป็นอาหารที่มีสังกะสีสูงเป็นพิเศษ โดยหอยนางรมที่ปรุงสุกในปริมาณ 85 กรัม จะให้สังกะสีประมาณ 74 มิลลิกรัม นอกจากนี้ หอยนางรมยังอุดมไปด้วยสารอาหารดี ๆ อีกมากมาย เช่น วิตามินบี 12 ซีลีเนียม โปรตีน ธาตุเหล็ก กรดไขมันโอเมก้า 3 และยังมีแคลอรี่ที่ไม่สูงมากหรือประมาณ 79 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม

อย่างไรก็ตาม ควรปรุงหอยนางรมให้สุกดีก่อนรับประทานทุกครั้ง โดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะหอยนางรมเป็นอาหารที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และสารอันตรายต่าง ๆ ได้ง่าย ซึ่งอาจส่งผลให้คนที่รับประทานเกิดอาหารเป็นพิษ หรือเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

2. สัตว์เนื้อแดง

สัตว์เนื้อแดง เช่น เนื้อหมูหรือเนื้อวัว เป็นอาหารที่พบสังกะสีได้มาก และยังมีสารอาหารจำเป็นอื่น ๆ ทั้งโปรตีน วิตามินบี ธาตุเหล็ก และครีเอทีน (Creatine)

โดยเนื้อวัวปริมาณ 100 กรัม จะให้สังกะสีประมาณ 4.8 มิลลิกรัม ส่วนเนื้อหมูปริมาณ 100 กรัม จะให้สังกะสีประมาณ 3.56 มิลลิกรัม ซึ่งปริมาณสังกะสีอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ส่วนของเนื้อที่นำมาทำอาหาร หรือวิธีการปรุงอาหาร

อย่างไรก็ตาม สัตว์เนื้อแดงจะมีไขมันอิ่มตัวที่ไม่ดีต่อสุขภาพอยู่ด้วย โดยอาจส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ คนที่รับประทานสัตว์เนื้อแดงเป็นประจำจึงควรจำกัดปริมาณให้พอดี และเลือกรับประทานสังกะสีจากแหล่งอาหารอื่นควบคู่ไปด้วย

3. พืชตระกูลถั่ว

พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วลูกไก่ ถั่วเลนทิล เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วแระญี่ปุ่น เป็นอาหารที่มีสังกะสีเช่นกัน เหมาะกับคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์หรือรับประทานมังสวิรัติ

โดยปริมาณสังกะสีในถั่วจะแตกต่างกันไปตามกระบวนการปรุงและชนิดของถั่ว เช่น ถั่วลูกไก่ให้สังกะสีอยู่ที่ประมาณ 0.5–1.5 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม หรือถั่วเลนทิลอยู่ที่ประมาณ 1.2–1.6 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารในกลุ่มนี้อาจให้สังกะสีในปริมาณที่ไม่มากเท่ากับการรับประทานเนื้อสัตว์ เนื่องจากพืชตระกูลถั่วเป็นพืชที่มีสารไฟเตต (Phytates) อยู่ด้วย ซึ่งสารชนิดนี้เป็นสารที่อาจส่งผลให้ร่างกายดูดซึมสังกะสี และแร่ธาตุต่าง ๆ ได้น้อยลง

4. ธัญพืชเต็มเมล็ด หรือโฮลเกรน (Whole Grains)

ธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ควินัว ข้าวสาลี หรือข้าวโอ๊ต เป็นอาหารที่มีทั้งสังกะสี ไฟเบอร์ วิตามินบี และแร่ธาตุต่าง ๆ

โดยปริมาณของสังกะสีจะแตกต่างกันไปตามชนิดของธัญพืช เช่น ควินัวจะให้สังกะสีประมาณ 1 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม หรือแป้งข้าวสาลีจะให้สังกะสีประมาณ 3 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม อย่างไรก็ตาม ธัญพืชเต็มเมล็ดก็เป็นอีกกลุ่มอาหารหนึ่งที่มีสารไฟเตตอยู่ด้วย

นอกจากอาหาร 4 ชนิดนี้แล้ว สังกะสียังพบได้ในอาหารชนิดอื่น ๆ เช่น กุ้ง หอยแมลงภู่ ปู ไข่ไก่ เห็ด นม โยเกิร์ต ชีส ผักเคล บรอกโคลี และกระเทียม เป็นต้น
อาหารที่มีสังกะสีสูง รับประทานมากไปเป็นอันตรายหรือไม่

แม้ว่าสังกะสีจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่การรับประทานอาหารที่มีสังกะสีสูงในปริมาณที่มากจนเกินพอดีอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้น การรับประทานสังกะสีที่มากเกินไปมักส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปวดศีรษะ และเบื่ออาหาร

ในกรณีที่ได้รับสังกะสีในปริมาณมากติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ร่างกายเริ่มเกิดภาวะผิดปกติบางอย่าง เช่น ประสิทธิภาพในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันลดลง ธาตุเหล็กในร่างกายทำงานผิดปกติ ระดับคอเลสเตอรรอลชนิดดี (High–Density Lipoprotein: HDL) ลดลง และระดับทองแดงในร่างกายลดลง

จะเห็นได้ว่าการรับประทานอาหารที่มีสังกะสีสูงในปริมาณที่พอเหมาะถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยวัยผู้ใหญ่ควรได้รับสังกะสีประมาณ 11.6 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ชาย และผู้หญิงจะอยู่ที่ประมาณ 9.7 มิลลิกรัมต่อวัน

ผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรอาจต้องเพิ่มปริมาณการบริโภคสังกะสีเล็กน้อย โดยผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ให้รับประทานตามช่วงอายุด้านบน และเพิ่มอีก 1.6 มิลลิกรัมต่อวัน และผู้หญิงที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร ให้รับประทานตามช่วงอายุด้านบน และเพิ่มอีก 2.9 มิลลิกรัม/วัน

หากเป็นเด็กให้รับประทานตามช่วงอายุ ดังนี้

    ทารกอายุ 0–5 เดือน ให้ดื่มจากน้ำนมแม่
    ทารกอายุ 6–11 เดือน ให้รับประทานสังกะสีประมาณวันละ 2.7 มิลลิกรัม
    เด็กที่อยู่อายุ 1–8 ปี ให้รับประทานสังกะสีประมาณวันละ 4.4–6.3 มิลลิกรัม
    เด็กผู้ชายอายุ 9–18 ปี ให้รับประทานสังกะสีประมาณวันละ 9.5–12.9 มิลลิกรัม
    เด็กผู้หญิงอายุ 9–18 ปี ให้รับประทานสังกะสีประมาณวันละ 9.0–9.8 มิลลิกรัม

ในกรณีที่ไม่สะดวกเลือกรับประทานอาหารที่มีสังกะสีสูง หรือคาดว่าได้รับสังกะสีไม่เพียงพอ การรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสังกะสีเป็นอีกทางเลือกที่อาจช่วยได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนซื้อมารับประทานเสมอ โดยเฉพาะคนที่กำลังใช้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ (Thiazide Diuretics) หรือยาเพนิซิลลามีน (Penicillamine) เพราะสังกะสีอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาบางชนิดลดลง

11
บริการทำความสะอาด: วิธิทำความสะอาดพื้น ให้สะอาดทุกซอกมุม

การเลือกน้ำยาถูพื้นและบำรุงพื้น

    การถูพื้นที่ดี ควรเลือกน้ำยาถูพื้นที่เหมาะสมกับประเภทพื้น โดยตัวน้ำยาทำความสะอาดต้องปราศจากฤทธิ์กัดกร่อนพื้นให้เสียหาย ทั้งนี้ตัวน้ำยาถูพื้นควรมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคและขจัดคราบสกปรก พร้อมกับดูแลบำรุงบนผิวพื้น
    ควรเลือกนัำยาบำรุงพื้นที่เหมาะสมกับประเภทของพื้นนั้นๆ เพื่อเพิ่มความเงางามให้กับพื้น ให้พื้นมีอายุใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น

การทำความสะอาดพื้นในแต่ละประเภท

1. เตรียมอุปกรณ์ในการทำความสะอาด

ได้แก่ ไม้ถูพื้น น้ำยาทำความสะอาดพื้น น้ำยาเคลือบเงาพื้น  ซึ่งต้องเลือกน้ำยาให้เหมาะสมกับประเภทพื้นนั้นๆด้วย อย่างเช่น พื้นไม้ พื้นปูน พื้นกระเบื้อง และอื่นๆ ซึ่งน้ำยาจะต้องปราศจากฤทธิ์ในการกัดกร่อน ซึ่งหากเราจะทำความสะอาดแล้วนั้นเราจะต้องทำคำนึงประสิทธิภาพจากตัวน้ำยาที่มีพื้นผิวนั้นด้วย สภาพพื้นจะได้มีอายุใช้งาน ทนทาน และให้พื้นผิวนั้นดูเงางามไร้การสึกกร่อน ตัวไม้ม็อบเองต้องมีความอ่อนโยนกับพื้น ไม่ทำให้พื้นเกิดรอยขูดขีดด้วยเช่นกัน ซึ่งไม้ม็อบที่มีคุณสมบัติอย่างนี้ ควรเป็นไม้ม็อบผ้าไมโครไฟเบอร์ เลือกชนิดที่สามารถถอดหัวแปรงเปลี่ยนได้ด้วยก็จะดีมาก หากม็อบผ่านการใช้งานมาจนเยิน และสกปรกจนไม่น่าจะนำมาถูพื้นได้อีก จะได้เปลี่ยนหัวม็อบได้เลย แต่ทั้งนี้หลังการใช้งานม็อบถูพื้นทุกครั้ง

2. ดูดฝุ่นก่อนถูพื้น

ทำการดูดฝุ่นทุกครั้งก่อนถูพื้น เพราะหากทำการถูพื้นก่อนนั้นจะทำให้มีคราบฝุ่นผสมกับน้ำจนกลายเป็นโคลนจึงทำให้ยากต่อการถูพื้นให้สะอาด ดังนั้นจึงจะต้องทำการดูดฝุ่นก่อนทุกครั้งเพื่อที่เราจะได้ทำความสะอาดได้ดียิ่งขึ้น

3. ถูพื้นด้วยน้ำยาทำความสะอาด

นำไม้ม็อบชุบน้ำยาทำความสะอาดและใช้ไม้ม็อบถูพื้นบริเวณที่ต้องการ โดยถูตามซอกที่มีคราบสกปรกก่อนจึงค่อยถูบริเวณอื่นต่อจากนั้น ทั้งนี้ควรถูให้น้ำยาทั่วถึงทุกบริเวณของห้อง และให้คราบสกปรกต่างๆที่สะสมนั้นหลุดออกจากพื้น ระหว่างถูพื้นควรถูไปในทิศทางเดียวกันเพื่อที่คราบสกปรกจะได้ไม่หลุดออกจากไม้ม็อบอีก

4. บำรุงพื้นหลังทำความสะอาด

คุณสามารถนำน้ำยาบำรุงพื้น หรือน้ำยาเคลือบเงาพื้นมาบำรุงบนพื้น หลังจากทำความสะอาดเสร็จเพื่อให้พื้นทนทานต่อรอยขีดข่วนต่างๆ รวมถึงมีอายุใช้งานที่มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องเลือกน้ำยาให้ถูกประเภทและชนิดของพื้น อย่างเช่น พื้นกระเบื้องเซรามิก พื้นกระเบื้องหิน พื้นไม้ชนิดต่างๆเป็นต้น

12
จัดฟันบางนา: วิธีการดูแลช่องปาก ระหว่างรอให้แผลหาย !

การรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม เป็นการรักษาที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี หลังจากการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อให้ผลการรักษามีอัตราความสำเร็จมากขึ้นการดูแลสุขภาพช่องปากในช่วงระหว่างรอให้แผลหาย ก็สำคัญมากเช่นกัน

หากเราละเลยการดูแลช่องปาก ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาในระหว่างการพักฟื้นได้ สำหรับการดูแลแผลนั้น เราต้องสังเกตุอาการด้วย การมีคราบเลือดแห้งกรังติดบริเวณแผลหลังการผ่าตัดเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องตกใจ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมต่างๆที่อาจกระทบบริเวณบาดแผลผ่าตัด ไม่ควรบ้วนปากอย่างรุนแรงหรือใช้สิ่งแปลกปลอมรวมถึงนิ้วมือแตะหรือเขี่ยบริเวณแผลผ่าตัด เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการบวมหรืออักเสบได้ สำหรับบุคคลที่สูบบุหรี่ ควรงดสูบบุหรี่และงดการใช้หลอดดื่มน้ำในช่วง 72 ชั่วโมงหลังการผ่าตัดเนื่องจากการออกแรงดูดมีผลต่อการหายของแผลได้

ทั้งนี้ ผู้เข้ารับการรักษา สามารถดื่มน้ำหรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดลิ้นเพื่อทำความสะอาดได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงบริเวณแผลผ่าตัด หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังการผ่าตัด จะช่วยทำให้แผลแห้งเร็ว และลดปัญหาการไหลซึมของเลือด ควรทาขี้ผึ้งหรือวาสลีนบนริมฝีปากในช่วง 2 วันแรกหลังการผ่าตัดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาริมฝีปากแห้งหรือแตกได้ หากเราทำได้ตามที่ทันตแพทย์แนะนำ จะทำให้แผลผ่าตัดหายไว และรากฟันจะมีประสิทธิภาพในการใช้งานได้ดีขึ้นด้วย


ข้อควรรู้ ก่อน “ฟอกสีฟัน”

การฟอกสี เป็นการรักษาอย่างหนึ่งเพื่อแก้ไขสีของฟัน อันเนื่องมาจากสาเหตุ เช่น อาหาร บุหรี่ ชา กาแฟ เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้เป็นการรักษาสีฟันที่นิยมกันอย่างมาก วันนี้เราจะแนะนำการเตรียมตัวก่อนทำการฟอกสีฟัน

การฟอกสีฟันจะทำโดยการใช้น้ำยาฟอกสีฟันคือไฮโดรเจน เพอร์ออกไซด์ ไปทำปฏิกิริยากับสารที่มีภายในฟัน ทำให้สีเหลืองหรือดำคล้ำที่สะสมอยู่ในเนื้อฟันหลุดออกมา จึงทำให้สีอ่อนลงโดยไม่มีผลต่อโครงสร้างของฟัน ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงต่อฟันของคุณ

แต่หลังจากการฟอกสีฟันจะมีอาการเสียวฟัน โดยอาการเสียวฟันนี้จะหายไปเองภายใน 1-2 วันหลังจากหยุดฟอกสี ในบางครั้งอาจมีอาการระคายเคืองที่เหงือก แก้ไขโดยใช้น้ำยาฟอกสีปริมาณน้อยลงและลดจำนวนชั่วโมงในการฟอกสีลงได้

13
เตรียมพร้อมสุขภาพฟัน ก่อนเข้ารับการจัดฟันเด็ก

ในปัจจุบันเด็กหลายคนมีปัญหาในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน เนื่องจากละเลยในการทำความสะอาดช่องปากและฟันและบวกกับการที่เด็กชอบรับประทานของหวาน น้ำอัดลมหรือขนมต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุ การเกิดฟันผุเป็นปัญหาที่มักพบได้บ่อยและส่งผลทำให้กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ โดนล้อ หรือแม้กระทั่งทำให้รับประทานอาหารได้ไม่เต็มที่ ผลกระทบของโรคฟันผุในเด็กสามารถส่งผลต่อสุขภาพร่างกายได้ในอนาคต เพราะการที่มีฟันน้ำนมผุจะทำให้รู้สึกปวด บดเคี้ยวอาหารไม่ได้และร่างกายจะได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน ส่งผลต่อการเจริญเติบโตอีกทั้ง

อาการปวดฟันยังส่งผลทำให้เด็กนอนไม่หลับและทำให้เรียนรู้ช้า สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและยังสามารถขัดขวางในเรื่องของพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์และสติปัญญาได้อีกด้วย ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันและควรปลูกฝังให้เด็กตระหนักถึงปัญหาของสุขภาพช่องปากและฟันตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อให้เด็กได้เติบโตไปมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีหรือถ้าผู้ปกครองท่านใดสนใจที่อยากจะพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆเพราะการที่เด็กเข้ารับการจัดฟันก็จะช่วยทำให้ปลูกฝังในเรื่องของการดูแลช่องปากและฟันไปในตัวและยังช่วยทำให้เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด ที่กำลังตัดสินใจว่าจะพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กหรือไม่ เพราะอาจจะกังวลในข้อจำกัดหลายๆอย่างและไม่ทราบว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กในวันนี้ทางคลินิก ของเราจะมาพูดถึงวิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการจัดฟันในเด็ก เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ปกครองได้ปฏิบัติตัวและให้เด็กได้เตรียมความพร้อม สำหรับการรักษาด้วยการจัดฟันในเด็ก สำหรับวิธีการเตรียมตัวของพ่อแม่ผู้ปกครอง สิ่งสำคัญเลยก็คือควรพูดทำความเข้าใจกับบุตรหลานของท่านให้เข้าใจว่า เหตุใดเด็กจะต้องเข้ารับการจัดฟัน เพื่อให้บุตรหลานของท่านได้เข้าใจก่อนเข้ารับการรักษา เพราะเด็กหลายคนมีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าพบทันตแพทย์เพราะ กลัวเจ็บหรือรู้สึกเขินอาย

ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรสร้างทัศนคติที่ดีในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพฟันให้แก่บุตรหลาน สำหรับวิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ในขั้นแรกที่เรากล่าวไปแล้วก็คือพ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้กับบุตรหลานของท่าน ต่อมาก่อนการเข้ารับการจัดฟันเด็กจะต้องทำความสะอาดช่องปากและฟันก่อนเข้าตรวจกับทันตแพทย์ ในข้อนี้เด็กจะต้องมีความร่วมมือในการรักษากับทันตแพทย์ด้วย ต่อมาถึงขั้นตอนของการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กเพื่อให้ทันตแพทย์ได้วางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยอาจจะมีพ่อแม่ผู้ปกครองร่วมพูดคุยด้วย หลังจากพูดคุยเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถึงขั้นตอนการวางแผนการรักษาและการออกแบบ

เครื่องมือการจัดฟันให้เหมาะสมกับเด็ก นี่ก็คือวิธีการเตรียมพร้อมก่อนเข้ารับ จัดฟันในเด็กส่วนในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่จะต้องเตรียมในการจัดฟัน ในข้อนี้ต้องอธิบายก่อนว่าราคาของการจัดฟันในแต่ละแบบและแต่ละสถานที่จะมีความแตกต่างกันออกไป โดยจะขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ รวมกับปัญหาของสุขภาพช่องปากและฟันด้วย ดังนั้น ในเรื่องของค่าใช้จ่ายพ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา หรือเงื่อนไขและเตรียมความพร้อมก่อนพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กเพื่อที่จะได้เลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด

หากพ่อแม่ท่านใดอยากพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก เพราะทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการจัดฟันในเด็ก รวมไปถึงมีประสบการณ์ทางด้านทันตกรรมของเด็กจึงทำให้มีการรักษาได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัยและเหมาะสมมากที่สุด เพราะทางคลินิกของเราอยากให้เด็กทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อที่จะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรงสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

14
วิธีหารายได้ สร้างรายได้ จากการขายอาหารบน GrabFood เป็นช่องทางที่ยอดเยี่ยม

ด้วยการเติบโตของบริการจัดส่งอาหาร การขายอาหารบน GrabFood จึงกลายเป็นช่องทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับร้านอาหารและธุรกิจอาหารที่บ้านในการสร้างรายได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นเชฟมืออาชีพ เจ้าของร้านอาหารเล็กๆหรือคนที่หลงใหลในการทำอาหาร GrabFood มอบโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นโดยไม่ต้องมีหน้าร้านจริง นี่คือคำแนะนำทีละขั้นตอนในการเริ่มต้นและเพิ่มความสำเร็จของคุณให้สูงสุด

การสร้างรายได้จากการขายอาหารบนแกร็บฟู้ดเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการหารายได้เสริมหรือสร้างธุรกิจร้านอาหารของตนเอง

1. ทำความเข้าใจ GrabFood และประโยชน์ของมัน
GrabFood เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับจัดส่งอาหารซึ่งเชื่อมโยงลูกค้ากับร้านอาหารและผู้ขายอาหารที่บ้าน ประโยชน์บางประการของการขายบน GrabFood ได้แก่:
✅ เพิ่มการมองเห็นและการเข้าถึงลูกค้า
✅ ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่รับประทานอาหารในร้าน
✅ เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น
✅ โซลูชันการชำระเงินดิจิทัลสำหรับธุรกรรมที่ง่ายดาย

2. ลงทะเบียนธุรกิจของคุณบน GrabFood
หากต้องการเริ่มขายของ คุณต้องลงทะเบียนเป็นผู้ค้าบน GrabFood ก่อน โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
ลงทะเบียนบน GrabMerchant – เข้าไปที่เว็บไซต์ GrabMerchant และกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน
ส่งเอกสารที่จำเป็นซึ่งอาจรวมถึงการจดทะเบียนธุรกิจ การระบุตัวตนผู้เสียภาษี และใบอนุญาตความปลอดภัยทางอาหาร
ตั้งค่าเมนูของคุณ – อัปโหลดรูปภาพคุณภาพสูง คำอธิบาย และราคาของอาหารของคุณ
เปิดใช้งานบัญชีของคุณ – เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว คุณสามารถเริ่มรับคำสั่งซื้อได้

3. สร้างเมนูที่น่าสนใจและสร้างกำไร
เมนูของคุณมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดลูกค้า นี่คือวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพ:
✔ ใส่รูปภาพที่มีคุณภาพสูง – ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะสั่งซื้อมากขึ้นหากอาหารดูน่ารับประทาน
✔ เสนอความหลากหลาย – มีขนาดส่วนและชุดอาหารที่แตกต่างกัน
✔ กำหนดราคาที่สามารถแข่งขันได้ – ค้นคว้าคู่แข่งของคุณและตั้งราคาตามนั้น
✔ เน้นสินค้าขายดี – นำเสนอเมนูที่ได้รับความนิยมเพื่อกระตุ้นยอดขายให้มากขึ้น

4. เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจของคุณเพื่อเพิ่มยอดขาย
หากต้องการเพิ่มรายได้ ให้พิจารณาใช้กลยุทธ์เหล่านี้:
🔹 เสนอโปรโมชั่น – ใช้เครื่องมือส่งเสริมการขายของ GrabFood เช่น ส่วนลดและข้อเสนอแบบรวม
🔹 รับประกันเวลาเตรียมอาหารที่รวดเร็ว – การบริการที่รวดเร็วทำให้ลูกค้ามีรีวิวที่ดีขึ้น
🔹 ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์อาหาร – ใช้ภาชนะที่ป้องกันการรั่วซึมและเก็บความร้อนได้เพื่อรักษาคุณภาพ
🔹 กระตุ้นให้มีการรีวิว – คำติชมเชิงบวกจากลูกค้าจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและดึงดูดผู้ซื้อได้มากขึ้น

5. จัดการต้นทุนและเพิ่มผลกำไร
การดำเนินธุรกิจจัดส่งอาหารเกี่ยวข้องกับต้นทุนต่างๆ เช่น ส่วนผสม บรรจุภัณฑ์ และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม นี่คือวิธีจัดการค่าใช้จ่าย:
💡 ซื้อส่วนผสมเป็นจำนวนมาก – ลดต้นทุนต่อหน่วย
💡 ลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด – วางแผนสินค้าคงคลังอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงการเน่าเสียของอาหาร
💡 กำหนดราคาที่มีกำไร – คำนึงถึงต้นทุนทั้งหมดก่อนกำหนดราคา

6. ส่งเสริมธุรกิจของคุณ
นอกจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มของ GrabFood แล้ว คุณยังควรทำการตลาดธุรกิจของคุณผ่าน:
📌 โซเชียลมีเดีย – ใช้ Facebook, Instagram และ TikTok เพื่อแสดงอาหารของคุณ
📌 โฆษณาออนไลน์ – ลงทุนในโฆษณาแบบชำระเงินเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น
📌 โปรแกรมความภักดี – เสนอส่วนลดให้กับลูกค้าที่กลับมาใช้บริการอีกครั้ง

7. ติดตามประสิทธิภาพการทำงานและปรับปรุง
ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ของ GrabFood เพื่อติดตามยอดขาย ความต้องการของลูกค้า และประสิทธิภาพการทำงาน ปรับเปลี่ยนเมนู ราคา และโปรโมชั่นตามข้อมูลเพื่อปรับปรุงธุรกิจของคุณอย่างต่อเนื่อง

การขายอาหารบน GrabFood ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ประกอบการด้านอาหาร เพียงทำตามขั้นตอนเหล่านี้ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง เพิ่มประสิทธิภาพเมนูของคุณ จัดการต้นทุน และโปรโมตอย่างมีประสิทธิภาพ คุณก็สามารถสร้างธุรกิจอาหารออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จได้ เริ่มเลยวันนี้และก้าวเข้าสู่ตลาดการจัดส่งอาหารที่กำลังเติบโต

15
สูตรข้าวปลาแกะ สร้างอาชีพ อร่อย ทำง่าย

ข้าวปลาแกะเป็นเมนูอาหารจานเดียวที่ทำง่าย อร่อย และได้รับความนิยมอย่างมาก เหมาะสำหรับการสร้างอาชีพขายอาหาร ต่อไปนี้เป็นสูตรและเคล็ดลับในการทำข้าวปลาแกะให้อร่อยและขายดี:

ส่วนผสม:

ปลานิลสด 1 ตัว (ขนาดประมาณ 500-700 กรัม)
ข้าวสวยหุงสุก 1 ถ้วย
กระเทียมไทย 5-10 กลีบ
พริกขี้หนูสวน 10-15 เม็ด (ปรับได้ตามชอบ)
พริกจินดาแดง 5 เม็ด
หอมแดง 5 หัว
มะนาว 2 ลูก
น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่นเล็กน้อย
น้ำมันพืชสำหรับทอด
ผักสดตามชอบ (เช่น แตงกวา ผักชี)


วิธีทำ:

เตรียมปลา:
ล้างทำความสะอาดปลานิล ควักไส้และเหงือกออกให้เรียบร้อย
ใช้มีดบั้งเนื้อปลาให้ลึกลงไปถึงก้างปลา ทั้ง 2 ด้าน
โรยเกลือลงไปเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติ

ทอดปลา:
ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน นำปลาลงทอดจนเหลืองกรอบทั้ง 2 ด้าน
ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน


ทำน้ำจิ้ม:
โขลกกระเทียม พริกขี้หนู และรากผักชีให้เข้ากันพอหยาบ
ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และน้ำมะนาว
เติมน้ำต้มสุกลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน
ใส่หอมแดงซอย และพริกจินดาแดงซอยลงไป

จัดเสิร์ฟ:
แกะเนื้อปลาทอดเป็นชิ้นพอดีคำ วางลงบนข้าวสวยร้อนๆ
ราดด้วยน้ำจิ้มที่เตรียมไว้
เสิร์ฟพร้อมผักสดตามชอบ


เคล็ดลับความอร่อย:

เลือกใช้ปลานิลสดใหม่ จะทำให้เนื้อปลาหวานอร่อย
ทอดปลาให้เหลืองกรอบ จะทำให้เนื้อปลาไม่อมน้ำมัน
ปรุงรสน้ำจิ้มให้จัดจ้าน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวาน กลมกล่อม
เสิร์ฟพร้อมผักสด จะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับเมนู


เคล็ดลับทำขาย:

เตรียมวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า เช่น ทอดปลา และทำน้ำจิ้ม
จัดเตรียมภาชนะให้พร้อม เช่น กล่องข้าว ช้อน ส้อม
กำหนดราคาขายที่เหมาะสมกับต้นทุนและกลุ่มลูกค้า
โปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook, Line, หรือ Instagram
รักษาความสะอาดของวัตถุดิบ อุปกรณ์ และสถานที่ทำอาหาร
เพิ่มตัวเลือก เช่น ข้าวปลาแกะทอดกรอบ, ข้าวปลาแกะราดน้ำจิ้มซีฟู้ด


ช่องทางการขาย:

ตลาดนัด
ร้านอาหารตามสั่ง
เดลิเวอรี่
งานออกร้าน

ด้วยสูตรและเคล็ดลับเหล่านี้ คุณสามารถสร้างอาชีพด้วยข้าวปลาแกะได้อย่างแน่นอน

หน้า: [1] 2 3 ... 24